การจดทะเบียนพาณิชย์คือ?
การจดทะเบียนพาณิชย์ คือ การจดทะเบียนที่ผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจไม่ว่าจะเป็นแบบบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่ต้องจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ตามพระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2549 เพื่อเป็นเครื่องยืนยันว่าธุรกิจนั้นๆ ดำเนินการอย่างถูกต้องและเสียภาษีตามกฎหมาย ร้านค้ามีมาตรฐานและตัวตนอยู่จริง ในปัจจุบันการจดทะเบียนมีอยู่ 2 แบบ คือ
- การจดทะเบียนพาณิชย์ธรรมดา
- การจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (สำหรับธุรกิจออนไลน์ต่างๆ)

ใครบ้างที่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์?
บุคคลหรือบริษัทที่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่
- ผู้ทำการขายสินค้า/บริการ ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต (ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน)
- ธุรกิจให้บริการอินเทอร์เน็ต (Internet Service Provider: ISP)
- ธุรกิจให้เช่าพื้นที่ของเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (WebHosting)
- ธุรกิจให้บริการเป็นตัวกลางในการซื้อขายสินค้า/บริการ ผ่านอินเทอร์เน็ต (E-Marketplace)
โดยสามารถสังเกตผู้ที่จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ จะมีเครื่องหมาย DBD Registered ซึ่งเป็นเครื่องหมายรับรองการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์อยู่บนเว็บไซต์ด้วย
มีร้านค้าออนไลน์แต่ไม่มีหน้าร้าน ต้องจดทะเบียนพาณิชย์หรือไม่?
หากพ่อค้าแม่ขายมีร้านค้าออนไลน์แล้วคำตอบก็คือต้องจดครับ โดยต้องจดทะเบียนพาณิชย์ภายใน 30 วันหลังจากเริ่มประกอบกิจการ ไม่อย่างนั้นจะมีความผิดทางกฎหมายและมีโทษปรับ นอกจากนี้พ่อค้าแม่ขายก็อย่าลืมต่อทะเบียนด้วยนะ ไม่อย่างนั้นก็จะมีโทษปรับในกรณีที่ไม่ต่อทะเบียน และหากไม่ทำการจดทะเบียนก็จะมีโทษปรับรายวันเลยด้วย จนกว่าจะปฏิบัติถูกต้องตาม พ.ร.บ ฉะนั้นจึงขอแนะนำให้ทุกท่านที่กำลังทำธุรกิจออนไลน์อยู่ตอนนี้รีบไปจดทะเบียนกันนะครับ
ประโยชน์ของการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
นอกเหนือจากการทำให้ธุรกิจออนไลน์ถูกกฎหมายและมีตัวจนในระบบแล้ว การจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ยังมีข้อดีเพิ่มเติมอีก ดังนี้
- ได้รับความน่าเชื่อถือเป็นข้อดีข้อแรกที่พ่อค้าแม่ขายจะได้รับอย่างแน่นอน ลูกค้าก็จะเชื่อมั่นในสินค้า/บริการของร้านขายของออนไลน์ของท่านด้วย
- ได้เผยแพร่ร้านค้าบนเว็บไซต์ของกรมธุรกิจการค้า หากร้านค้าของคุณเป็น เว็บไซต์ที่ได้รับการจดทะเบียนพาณิชย์เรียบร้อยแล้ว กรมธุรกิจการค้าจะนำรายชื่อ ไปเผยแพร่บนเว็บไซต์ของกรม เพื่อช่วยประชาสัมพันธ์ธุรกิจออนไลน์ของผู้ประกอบการและเป็นการการันตีว่าร้านค้านั้นผ่านการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เรียบร้อยแล้วนั่นเอง
- นอกจากนี้ธุรกิจยังได้รับสิทธิ์ในการเข้ารับการพัฒนาตามหลักสูตรที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดอีกด้วยครับ
อัตราค่าธรรมเนียม
-
การจดทะเบียนพาณิชย์ (ตั้งใหม่) 50 บาท
-
การจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงรายการ 20 บาท
-
การจดทะเบียนยกเลิก 20 บาท
วิธีจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
อันดับแรกก่อนการจดทะเบียนก็คือการเตรียมเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง สำหรับพ่อค้าแม่ขายนั้น ต้องเตรียมเอกสารสำหรับบุคคลธรรมดา ได้แก่
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ประกอบการ
- แบบคำขอจดทะเบียนพาณิชย์ หรือ ทพ. สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มได้ที่ www.dbd.go.th (กรอกเฉพาะข้อ 1-8)
- เอกสารประกอบการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือเรียกว่า เอกสารแนบแบบ ทพ. (ใช้กรอกรายละเอียดเกี่ยวกับเว็บไซต์)
- พิมพ์หน้าแรกของร้านค้าออนไลน์ สินค้า/บริการที่ประกอบการ และวิธีการสั่งซื้อสินค้า/บริการ วิธีการชำระเงิน วิธีการส่งสินค้า
- แผนที่ตั้งสถานประกอบการ
- กรณีมอบอำนาจ ให้แนบหนังสือมอบอำนาจพร้อมติดอากรแสตมป์ 10 บาท และสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ
ไปจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ได้ที่ไหนบ้าง?
-
กรณีสำนักงานตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ
-
ยื่นจดได้ที่สำนักงานเขตที่สำนักงานตั้งอยู่
-
ยื่นจดได้ที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง สำนักการคลัง กทม.
-
-
กรณีสำนักงานตั้งอยู่ต่างจังหวัด
-
ยื่นจดได้ที่เทศบาลหรือองค์การบริการส่วนตำบล ที่สำนักงานตั้งอยู่
การขอเครื่องหมาย DBD Registered
สามารถทำได้หลังจากได้รับการอนุมัติการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แล้ว โดยต้องเตรียมเอกสารดังนี้
- สำเนาใบจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับการอนุมัติแล้ว (แบบ พค. 0403)
- สำเนาเอกสารการจดโดเมนเนม
ส่งเอกสารทั้งหมดไปที่ E-mail : e-commerce@dbd.go.th และรอเวลาไม่เกิน 1 สัปดาห์ ก็จะได้รับเอกสารอนุมัติหรืออีเมลแจ้งเตือนให้ธุรกิจสามารถนำสัญลักษณ์ DBD ไปใช้บนเว็บไซต์ได้ครับ
ขอขอบคุณจาก Line for Business