SEO คืออะไร?

Search Engine Optimisation หรือ SEO คือ กระบวนการพัฒนาประสิทธิภาพข้อมูลบนร้านค้า ซึ่งจะนำไปสู่การเพิ่มการมองเห็นให้กับหน้าร้านของท่านเมื่อมีการค้นหาข้อมูลใน Shopee รวมถึง Google หรือ Search Engine อื่น ๆ เมื่อท่านเพิ่มประสิทธิภาพการค้นหาและการมองเห็นให้กับร้านค้า จำนวนการเข้าชมร้านค้าจากการที่ผู้ใช้งานเสิร์ชหรือสืบค้นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหรือสินค้าของท่านก็มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นด้วย

การทำ SEO บน Shopee ร้านค้าสามารถทำได้เองแบบฟรี ๆ ไม่ต้องใช้เงินลงทุน โดยประโยชน์จากการนำเทคนิคการทำ SEO มาประยุกต์ใช้สำหรับเพิ่มประสิทธิภาพให้กับร้านค้า มีดังนี้

    1.เพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับร้านค้า

    การทำ SEO จะช่วยให้ร้านค้ามีความน่าสนใจ และดูน่าเชื่อถือ เนื่องจากมีข้อมูลที่ครบถ้วน เป็นระบบ และตรงกับความต้องการของผู้ซื้อ เมื่อผู้ซื้อเสิร์ชหาร้านค้าหรือสินค้าของท่านบน Shopee และ Search Engine เช่น Google ก็จะสามารถหาเจอได้ง่ายมากขึ้นนั่นเอง

     

    2.เพิ่มการมองเห็นร้านค้าผ่านโปรแกรมสืบค้นข้อมูล

    เมื่อผู้ซื้อเสิร์ชหรือสืบค้นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสินค้าที่ท่านลงขายภายในช่องค้นหาบน Shopee หรือบน Search Engine หน้าร้านค้าของท่านจะมีโอกาสปรากฏในผลการค้นหามากขึ้น ซึ่งช่วยให้ร้านค้าและแบรนด์ของท่านเป็นที่รู้จัก 

     

    3.เพิ่มจำนวนการเข้าชมหน้าร้าน

    จำนวนการเข้าชมหน้าร้านของท่านมีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้น หากผู้ซื้อสามารถค้นหาร้านค้าของท่านบน Shopee และ Search Engine ได้โดยง่าย

     

    4.เพิ่มประสิทธิภาพการเข้าชมหน้าร้าน

    ผู้ซื้อมีแนวโน้มที่จะใช้เวลาในการเลือกชมสินค้าบนหน้าร้านของท่านมากยิ่งขึ้น เมื่อสินค้าของท่านตรงตามความต้องการของผู้ซื้อที่ค้นหา รวมถึงมีรายละเอียดที่ชัดเจนและครบถ้วน

     

    5.เพิ่มยอดขาย

    ด้วยจำนวนและประสิทธิภาพการเข้าชมหน้าร้านที่มากขึ้น ยอดขายของร้านค้าก็มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน

    ท่านสามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้กับร้านค้าและสินค้าของท่านด้วยวิธีการทำ SEO ง่าย ๆ ดังต่อไปนี้

     

    1.หาคีย์เวิร์ดที่เหมาะสมกับร้านค้าและสินค้าที่ลงขาย

    ในการเพิ่มประสิทธิภาพร้านค้าผ่านการทำ SEO ผู้ขายควรให้ความสำคัญกับคีย์เวิร์ด (คำสำคัญ) ซึ่งเป็นข้อความสั้น ๆ ที่ผู้ซื้อมักใช้พิมพ์ในช่องค้นหา

    1. ท่านสามารถค้นหาและเลือกคีย์เวิร์ดที่เหมาะสมได้โดยพิจารณาจากคำหรือข้อความต่าง ๆ ที่ผู้ซื้ออาจใช้ค้นหาสินค้าที่ท่านลงขาย
    2. สามารถใช้เครื่องมือในการช่วยค้นหาคีย์เวิร์ดได้ เช่น Google Keyword PlannerSEMrush หรือ Ubersuggest
    3. คีย์เวิร์ดจะต้องเป็นคำที่ไม่กว้างหรือแคบเกินไป ตรงกับสินค้าที่ลงขาย และต้องคำนึงถึงกลุ่มลูกค้าของท่านด้วย

    ถ้ามีคีย์เวิร์ดที่ใกล้เคียงกัน หรือมีตัวเลือกหลักหลายตัว แต่ไม่แน่ใจว่าคนใช้คำไหนค้นหามากกว่ากัน ให้ลองเช็กได้ในเครื่องมือฟรี อย่าง Google Trends

     

    ยกตัวอย่างเช่น หากคุณเป็นร้านขายเสื้อผ้าผู้หญิง ที่เน้นขายเดรสเป็นหลัก อาจจะลองเลือกคำว่า “ชุดเดรส” หรือ “ชุดเดรสสวยๆ” เป็นคีย์เวิร์ดหลักที่เราตั้งต้นว่า เมื่อผู้ซื้อค้นหาคำนี้ อยากให้เจอร้านเราและสินค้าเราเป็นอันดับต้น ๆ

     

    นอกจากนี้ยังสามารถมีคีย์เวิร์ดรองเพิ่มเข้ามาได้ด้วย ตัวอย่างเช่น มีคีย์เวิร์ดหลัก 1 คำ และสามารถเลือกใช้คีย์เวิร์ดรองได้ 1 – 3 คำ แล้วแต่ความเหมาะสม

    1. คีย์เวิร์ดหลัก = รองเท้ามือสอง
    2. คีย์เวิร์ดรอง = รองเท้ามือสองของแท้ และ รองเท้าผ้าใบมือสอง

     

    และเมื่อได้คีย์เวิร์ดเบื้องต้นแล้ว อาจลองหาคีย์เวิร์ดเพิ่มเติมด้วยวิธีการดังนี้

    • ตรวจสอบรายการคำค้นหาแนะนำที่ระบบแสดงเมื่อพิมพ์คีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับร้านค้าของท่านภายในช่องค้นหาของ Shopee
    • สามารถลองสำรวจร้านค้าอื่น ๆ ที่ขายสินค้าคล้ายกันว่ามีการตั้งชื่อสินค้าหรือระบุรายละเอียดสินค้าอย่างไร และใช้คีย์เวิร์ดคำใดบ้าง

    2.เพิ่มคีย์เวิร์ดที่เหมาะสมในข้อมูลของร้านค้าและสินค้า

    เมื่อท่านเลือกคีย์เวิร์ดที่เหมาะสมกับร้านค้าของท่านได้เรียบร้อยแล้ว สามารถเพิ่มคีย์เวิร์ดเข้าไปในข้อมูลร้านค้าและข้อมูลสินค้า ตามคำแนะนำด้านล่างได้เลย

    ข้อมูลร้านค้า

    1. วิธีตั้งชื่อร้านใน Shopee ชื่อร้านค้าต้องมีความชัดเจนและคำอธิบายเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้อง เช่น “online shop” or “official shop” (ความยาว 5 – 30 ตัวอักษร)
    2. รายละเอียดของร้านค้า ควรบอกข้อมูลที่ตั้ง พื้นที่การจัดส่งที่ครอบคลุม เวลาทำการของร้าน รวมถึงคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับสินค้า (ความยาวไม่เกิน 1,000 ตัวอักษร)

    ข้อมูลสินค้า

    1. ชื่อสินค้าควรมีคีย์เวิร์ดหลัก และสามารถใส่คีย์เวิร์ดรองเข้าไปได้ตามความเหมาะสม (ความยาวไม่เกิน 120 ตัวอักษร)
    2. คำอธิบายสินค้าต้องครบถ้วน เพื่อให้ผู้ซื้อเข้าใจรายละเอียดสินค้าและตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น อีกทั้งควรเลือกใช้คีย์เวิร์ดหลักและคีย์เวิร์ดรองให้เหมาะสม (ความยาวไม่เกิน 5,000 ตัวอักษร)
    3. สามารถเพิ่มแฮชแท็กที่เป็นคีย์เวิร์ดหรือเกี่ยวข้องกับสินค้าเข้าไปได้

    สามารถศึกษารายละเอียดได้จาก ศูนย์การเรียนรู้ผู้ขาย Shopee Seller ได้จาก => ทำอย่างไรให้คนเสิร์ชเจอร้านค้ามากขึ้น ด้วยการทำ SEO บน Shopee

    ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก Shopee